วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

"Google" ฉลาดได้อีก!!


       
       
       การค้นหาด้วยภาพนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ก็จริง แต่มักเป็นบริการค้นหาภาพเท่านั้น (ใช้ภาพค้นหาภาพ) โดยกูเกิลนั้นเปิดตัวฟีเจอร์"ค้นหาภาพที่คล้ายกัน"ไปแล้ว หรือเว็บไซต์อย่าง GazoPa.com ที่เปิดให้ผู้ใช้อัปโหลดภาพที่มีอยู่ในเครื่อง เพื่อให้ระบบแสดงผลการค้นหาภาพที่ใกล้เคียงกับภาพต้นแบบมากที่สุด
       
       ปัจจุบัน กูเกิลมีส่วนแบ่งตลาดค้นหาข้อมูลออนไลน์ทั่วโลกราว 65% การร่วมมือระหว่างเสิร์ชเอนจิ้นของไมโครซอฟท์อย่างบิง (Bing) และยาฮู (Yahoo) ทำให้ทั้งสองมีส่วนแบ่งรวมกันราว 30%
ฉลาดขนาดนี้แล้ว กูเกิล (Google) ยังฉลาดเพิ่มขึ้นได้อีก ล่าสุดเขย่าโลกสืบค้นข้อมูลออนไลน์ครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว 3 บริการใหม่รวดเดียว หนึ่งคือการเพิ่มเนื้อหาจากเครือข่ายสังคมหลากหลายค่ายที่มีจุดแข็งเรื่องการอัปเดทตลอดเวลาทุกนาทีมาแสดงไว้ที่หน้าผลการค้นหาด้วย ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของกูเกิลในรอบหลายปี สองคือบริการ "เฟเวอริตเพลส (Favorite Places)" บริการค้นหาทางโทรศัพท์มือถือจากรหัส QR code ที่กูเกิลเล่นง่ายๆด้วยการส่งป้ายรหัสให้ผู้มีธุรกิจติดไว้ที่หน้าร้านเพื่อให้ผู้ผ่านไปมาถ่ายรูปเพื่อหาข้อมูลก่อนตกลงใจเข้าร้าน
       
       สามคือ "กูเกิล ก็อกเกิล (Google Goggle)" แอปพลิเคชันสำหรับสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลได้เพียงถ่ายภาพสิ่งของหรือสถานที่ที่ต้องการแล้วส่งไปให้กูเกิลดู เป็นที่มาของคำว่า "กูเกิลมีดวงตาแล้ว"
       
       
***บอกลาข้อมูลเก่า
       

       เบื้องหลังการยกตัวเองเป็นบริการสืบค้นข้อมูลเรียลไทม์ของกูเกิลคือเนื้อหาที่ถูกอัปเดททุกวินาทีบนเฟสบุ๊ก (Facebook), ทวิตเตอร์ (Twitter) และมายสเปส (MySpace) โดยกูเกิลให้คำจำกัดความคุณสมบัติใหม่นี้ว่า real-time search stream ซึ่งทำให้กูเกิลสามารถทำดัชนีคอนเทนท์สดใหม่บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ใช้กูเกิลไม่ต้องจมอยู่กับข้อมูลเก่าเก็บอย่างที่ผ่านมา
       
       จุดนี้ผู้ใช้กูเกิลที่ต้องการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับงานอีเวนต์ที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนั้นจะได้รับประโยชน์มาก เนื่องจากผู้ใช้จะได้รู้ว่าชาวเน็ตรายอื่นๆบรรยายความเคลื่อนไหวของงานไว้อย่างไร ข้อความทวีตใดบ้างที่น่าสนใจ รวมถึงข่าวสั้นและบล็อกที่เพิ่งโพสต์ขึ้นสู่อินเทอร์เน็ต โดยผู้ใช้สามารถเลือกผลการสืบค้นล่าสุดหรือ "Latest results" ได้จากเมนูสืบค้นของกูเกิลเพื่อชมผลลัพท์เฉพาะที่เป็นเนื้อหาที่อัปเดทด่วนจากเครือข่ายสังคม
       
       เมนู Latest results สามารถใช้งานได้ทั้งบนไอโฟนของแอปเปิล (iPhone) และสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) โดยกูเกิลระบุว่าจะเริ่มให้บริการในทุกภูมิภาคทั่วโลกภายในสัปดาห์นี้เป็นภาษาอังกฤษ
       
       
นอกจากการติดอาวุธให้บริการเสิร์ช กูเกิลยังเสริมแกร่งบริการค้นหาในท้องถิ่นด้วยบริการชื่อ Favorite Places บริการนี้ถูกมองว่าไม่มีความซับซ้อนแต่จะเป็นประโยชน์มากทั้งในแง่เจ้าของธุรกิจและผู้บริโภค

       ***เสิร์ชก่อนเข้าร้าน
       

       หลักการง่ายๆของบริการ Favorite Places คือ กูเกิลจะส่งสติกเกอร์ติดกระจกให้กับร้านค้าในท้องถิ่นที่ถูกสืบค้นมากที่สุดในกูเกิลและกูเกิลแมปส์ (Google Maps) จำนวน 100,000 อันดับแรก สติกเกอร์ดังกล่าวไม่ใช่สติกเกอร์ธรรมดาแต่เป็นสติกเกอร์ภาพ QR code หรือที่เรียกกันว่าบาร์โค้ด 2 มิติ ประโยชน์จะเกิดขึ้นทันที่ที่ผู้ใช้เดินผ่านร้านที่เห็นสัญลักษณ์นี้ แล้วลงมือถ่ายภาพรหัส QR code เพื่อเสิร์ชในกูเกิล เพราะผู้ใช้จะได้อ่านข้อมูลรีวิวร้าน และได้รับคูปองส่วนลดก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ซึ่งหากเข้าไปแล้ว ก็สามารถย้อนกลับมาให้คะแนนร้านหรือ"ให้ดาว"ได้ในอนาคต
       
       ผู้ใช้สามารถอ่านรหัส QR code ได้จากโปรแกรมอ่านบาร์โค้ดซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี อย่างไรก็ตาม ไม่มีรายละเอียดเงื่อนไขการให้บริการนี้จากกูเกิล ซึ่งคาดว่าจะเริ่มชิมลางในสหรัฐฯก่อนจะขยายไปยังประเทศอื่นที่กูเกิลเปิดบริการค้นหาธุรกิจในท้องถิ่น
       
       


       ***ส่งรูปให้กูเกิลดู
       
       
บริการใหม่จากกูเกิลที่ทุกคนให้ความสนใจมากที่สุดหนีไม่พ้น Google Goggles ได้รับคำจำกัดความว่าเป็นแอปพลิเคชันค้นหาแบบเสมือนบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ ยังเป็นส่วนหนึ่งของหน้าเว็บ Google Labs ซึ่งแปลว่ากำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา
       
       Google Goggles จะทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลออนไลน์ได้ด้วยการถ่ายภาพ ทั้งหน้าปกหนังสือ ฉลากไวน์ หน้าปกแผ่นซีดี สถานที่สำคัญ ฯลฯ แน่นอนว่าเป้าหมายของกูเกิลคือการขยายให้ครอบคลุมภาพถ่ายทุกประเภท เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วโลกรู้สึกว่ากล้องดิจิตอลนั้น แท้จริงแล้วก็คือเมาส์คอมพิวเตอร์ในโลกแห่งความจริง
       นอกจากดวงตา กูเกิลยังมีหูอีกด้วย โดยก่อนหน้านี้ กูเกิลเคยเปิดบริการค้นหาข้อมูลออนไลน์ด้วยเสียงมากนานกว่า 1 ปี แต่ล่าสุดกูเกิลพัฒนาให้ผู้ใช้ชาวญี่ปุ่นและจีนสามารถค้นหาข้อมูลด้วยเสียงได้ด้วย พร้อมกับปรับให้การแสดงผลการสืบค้นเป็นไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ผู้สนใจสามารถทดลองใช้งานได้บนอุปกรณ์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชัน 1.6 ขึ้นไป
ขอขอบคุณ : ASTVผู้จัดการออนไลน์

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น