วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ชีวิตสร้างได้.. ด้วยคำพูด

HOW TO MANAGE YOUR MOUTH

ยก.3:1-12    :  James 3:1-12


ยก.3:1-12   ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า  อย่าให้เป็นอาจารย์กันมากหลายคนเลย  เพราะท่านก็รู้ว่า  เราทั้งหลายที่เป็นผู้สอนนั้น  จะได้รับการทรงพิพากษาที่เข้มงวดกว่าผู้อื่น

2   เพราะเราทุกคนทำผิดพลาดไปหลายๆอย่าง  ถ้าผู้ใดมิได้ทำผิดทางวาจา  ผู้นั้นก็เป็นคนดีรอบคอบแล้ว  และสามารถบังคับทั้งตัวไว้ได้ด้วย

3   ถ้าเราเอาบังเหียนใส่ปากม้าเพื่อให้มันเชื่อฟังเรา  เราก็บังคับมันให้ไปไหนๆได้ทั้งตัว

4   จงดูเรือด้วยเช่นกัน  ถึงแม้ว่าเป็นเรือใหญ่  และถูกลมแรงพัดแล่นไป  เรือก็ยังหันไปมาด้วยหางเสือเล็กๆตามใจนายท้ายที่จะให้ไปทางไหน

5   ลิ้นก็เช่นเดียวกัน  เป็นอวัยวะเล็กๆและอวดอ้างเรื่องใหญ่ๆ  จงดูเถิดไฟนิดเดียวอาจเผาป่าใหญ่ให้ไหม้ได้หนอ

6   และลิ้นนั้นก็เป็นไฟ  ลิ้นเป็นโลกที่ไร้ธรรมในบรรดาอวัยวะของเรา  เป็นเหตุให้ทั้งกายมลทินไปทำให้วัฏฏะแห่งชีวิตเผาไหม้  และมันเองก็ติดไฟโดยนรก

7   เพราะสัตว์เดียรัจฉานทุกชนิด  ทั้งนก  สัตว์เลื้อยคลาน  และสัตว์ในทะเลก็เลี้ยงให้เชื่องได้  และมนุษย์ก็ได้เลี้ยงให้เชื่องแล้ว

8   แต่ลิ้นนั้นไม่มีมนุษย์คนใดสามารถทำให้เชื่องได้  ลิ้นเป็นสิ่งชั่วที่อยู่ไม่สุขและเต็มไปด้วยพิษร้ายถึงตาย

9   เราทั้งหลายสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น  และด้วยลิ้นนั้นเราก็แช่งด่ามนุษย์  ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ตามพระฉายาของพระองค์

10   คำสรรเสริญและคำแช่งด่าก็ออกมาจากปากอันเดียวกัน  ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า  ไม่ควรให้เป็นเช่นนั้น

11   บ่อน้ำพุจะมีน้ำจืดและน้ำกร่อยพุ่งออกมาจากช่องเดียวกันได้หรือ

12   พี่น้องทั้งหลายต้นมะเดื่อจะออกผลเป็นมะกอกเทศได้หรือ  หรือเถาองุ่นจะออกผลเป็นมะเดื่อได้หรือ  บ่อน้ำพุเค็มก็ทำให้เกิดน้ำจืดอีกไม่ได้เลย


วันนี้เราจะมาดูยากอบพูดถึงเรื่อง "การควบคุมคำพูด" 

คนเราชอบพูดคุยกัน เห็นได้จากทีวีทอล์คโชว์มากมาย  ทุกๆคนดูเหมือนเขามีอะไรที่จะพูดได้ตลอด  

ลิ้นของเรามีขนาด ชาย 7oG, หญิง 60 G เทียบเท่ากับ 0.1% ของน้ำหนักตัว ในขณะที่หางเสือของเรื่อ Titanic ก็มีสัดส่วนน้ำหนักใกล้เคียงกัน คือ 2 % ของน้ำหนักเรือ 

แต่คุมทั้งร่างกายได้

EX.

คนอเมริกันจะพูดเฉลี่ยวันละ 30 บทสนทนา และนั่นหมายถึงรวมระยะเวลาถึง 1 ใน 5 ของชีวิตคุณ และใน1ปี บทสนทนาของคุณจะเท่ากับหนังสือ  264 เล่ม หรือ  ถ้าเราบันทึกทุกคำพูดของเราตลอดชีวิต เท่ากับ BB  1,800 เล่ม 

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมชีวิตเราจึงเป็นอย่างที่เราเป็นอยู่ ก็เพราะสิ่งที่เราพูดในตลอดเวลาที่ผ่านมานั่นเอง


เหตุผลที่คนล้มเหลวในชีวิต ก็เพราะคำพูด และที่เป็นอย่างนี้ เพราะเราไม่คิดว่า แค่พูดจะมีผลมากมายอย่างไรบ้าง


ชีวิตคือส่วนประกอบของคำพูด ที่มาต่อ ๆ กัน จนเป็นเรื่องราว 

เราเป็นทุกอยู่ทุกวันนี้ เพราะการพูดของเรา 

คนจะรวยก็เพราะคำพูด

จะทำมาค้าขึ้น ก็เพราะคำพูด

ชีวิตของเราเป็นผลมาจากคำพูดของเรา


ถ้าเราไปฟังแม่ค้าที่ขายดิบขายดีเขาก็จะพูดแบบหนึ่ง และแม่ค้า หรือพ่อค้าที่ไม่มียอดขายก็จะพูดอีกแบบหนึ่ง


EX.

ผู้ชายจะพูดเฉลี่ย 2 หมื่นคำต่อวัน ผู้หญิง3หมื่นคำ

มีผู้ชายคุยกันว่า "คุณจำได้ไหมว่าภรรยาคุณพูดอะไรเป็นคำสุดท้าย"  เขาตอบ "ไม่ได้หรอก เพราะฉันมัวแต่ดีใจที่หล่อนจะพูดจบซะที"  


EX.

ชายหนุ่มที่ขายของอยู่ในร้านชำแห่งหนึ่ง  เมื่อลูกค้าผู้หญิงถามเขาว่า "ฉันขอซื้อผักกาดครึ่งหัวได้ไหม"  ชายคนนี้เดินเข้าไปหลังร้านเพื่อไปถามผู้จัดการแต่ไม่ทันสังเกตว่าลูกค้าเดินตามมาข้างหลัง  เขาพูดว่า"คุณต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่ามีคนแก่ขี้เหนียวคนหนึ่งต้องการจะซื้อผักกาดครึ่งหัว" แล้วเมื่อเขาหันมาเห็นผู้หญิงคนนี้ยืนอยู่  เขาพูดต่ออีกว่า " และคุณผู้หญิงที่น่ารักคนนี้อยากจะซื้อหัวผักกาดส่วนที่เหลือครึ่งหัวนั้น"


คำพูดของเราอาจสามารถสร้างความพันธ์ และความน่าประทับใจก็ได้

บางครั้งคำพูดคำเดียว ก็อาจทำลายความสำพันธ์ที่เราสร้างมาแรมปี


บ่อยครั้งที่ปากของเรานำไปสู่ความยุ่งยากในชีวิต  ยากอบพูดเอาไว้มากกว่าใครๆในNT  แต่ละบทในพระธรรมยากอบได้พูดเรื่องการควบคุมปากเอาไว้ เช่น เพราะเราทุกคนทำผิดพลาดไปหลายๆอย่าง  ถ้าผู้ใดมิได้ทำผิดทางวาจา  ผู้นั้นก็เป็นคนดีรอบคอบแล้ว  และสามารถบังคับทั้งตัวไว้ได้ด้วย

ยากอบพูดอีกว่า  ถ้าเราคุมลิ้นได้คุณก็สมบูรณ์แบบแล้ว  


ยากอบไม่ได้พูดถึงความบาปเลย

คำว่าสมบูรณ์แบบ ภาษากรีกโบราณแปลว่า เป็นผู้ใหญ่ และ สุขภาพดี


เมื่อคุณไปหาหมอคุณจะพูดว่า "ฉันรู้สึกไม่สบาย" สิ่งแรกที่หมอจะพูดคือ แลบลิ้นออกมาสิครับ  เพราะลิ้นจะจะเปิดเผยสิ่งที่อยู่ภายในคุณ  ไม่เพียงแต่ฝ่ายกายภาพแต่ฝ่ายวิญญาณด้วย  ยากอบพูดอีกว่า เขาก็ต้องเรียนรู้ในการควบคุมลิ้นให้ได้ ผมเองก็โดนทดลองมาใช้หัวข้อคำเทศน์วันนี้ว่า "ระวังอย่าให้ลิ้นเลียคุณ"

























3 เหตุผลที่เราต้องควบคุมคำพูดของเรา

WHY MUST I WATCH WHAT I SAY?


มันก็แค่คำพูดที่ว่า "ฉันก็แค่พูดเล่น" แต่ยากอบบอกว่า "คำพูดนั้นสำคัญมาก"

มี 3 เหตุผลที่เราต้องควบคุมปากเรา

ยากอบให้เรา 6 ประการที่เป็นตัวอย่าง คือประเด็นละ2ตัวอย่าง

ยากอบเป็นผู้สื่อสารที่ยอดเยี่ยมมากเพราะว่าเขารู้วิธีที่จะเปรียบเทียบให้เราเข้าใจง่ายๆ


คำพูด (​ลิ้น) เราจะนำทางชีวิตของเรา : 

MY TONGUE DIRECTS WHERE I GO

3 ถ้าเราเอาบังเหียนใส่ปากม้าเพื่อให้มันเชื่อฟังเรา  เราก็บังคับมันให้ไปไหนๆได้ทั้งตัว "


ลิ้นคือผู้นำที่แท้จริง... 

มันจะมีอิทธิพลและสามารถควบคุมชีวิตเราได้  ถามตัวเองว่าคุณกำลังจะไปไหน

คุณจะเป็นอะไรใน 10 ปีข้างหน้า  ดูได้จากบทสนทนาของคุณนั่นแหละ


บทสนทนาของเราจะบอกอนาคตของเรา

ว่าคุณชอบที่จะคุยอะไรกับคน  คุณชอบคุยเรื่องอะไรมากที่สุด  เมื่อเราคุมคำพูดเรา คำพูดก็จะคุมเรา  ยากอบบอกว่า ลิ้นเป็นสิ่งเล็กๆ เพราะว่ามันดูเหมือนเป็นสิ่งเล็กๆ เราเลยมองข้ามไป แท้ที่จริงมันมีพลังอำนาจมากจริงๆในข้อ " 

พิจารณาดูปากของม้า  ม้าตัวหนึ่งมีขนาดเกือบ 1 ตัน  แต่จ็อกกี้หนักเพียง95ปอนด์ แต่จ็อกกี้สามารถควบคุมม้าที่มีแรงมหาศาลได้ด้วยชิ้นส่วนโลหะเล็กๆที่หนักเพียง ติดไว้ที่ลิ้นของมัน เปรียบเหมือนลิ้นของเราก็สามารถนำทิศทางชีวิตเราได้ฉันใดก็ฉันนั้น

ดังนั้นเพียงคำพูดไม่กี่คำหรือวลีสั้นๆก็สามารถส่งอิทธิพลขนาดกำหนดทิศทางชีวิตคนได้


เช่นเดียวกับเรือควีนแมรี่ที่มีความใหญ่โตเมท่ากับเกือบ 2 สนามฟุตบอล และสมอเรือมีน้ำหนักเท่ากับรถยนตร์ 10 คัน  มีเพียงหางเสือเรือเล็กๆที่คอยควบคุมทิศทางผ่านกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและคลื่นลมพายุในมหาสมุทรได้ฉันใด ลิ้นของเราก็ฉันนั้น ขนาดหางเสือของเรือ มีขนาดเพียง 


ลิ้นของเราก็เหมือนกับหางเสือเรือที่ถูกกำหนดโดยกัปตันเรือ  ลิ้นเราก็กำหนดทิศทางชีวิตเราเช่นกัน ถ้าคุณไม่ได้ต้องการที่จะมุ่งไปสู่ทางที่คุณกำลังเดินไปในวันนี้จริงๆละก็  เปลี่ยนวิธีการพูดของคุณสิครับ



EX

หลายคนคิดว่าถ้าลิ้นเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาก็สู้ไม่พูดอะไรเลยก็ดีกว่า  มีชายคนหนึ่งได้ทดลอง Trapist monastery ในการทดลองที่จะไม่พูดอะไรเลยในเวลา 3 ปี แต่ในช่วงสุดท้ายของแต่ละปี เขาพูดออกมา 2 คำ ใน

ปีแรกคือคำว่า ที่นอนแข็งเกินไป

ในปีที่สองเขาพูดว่า "อาหารเย็นชืด" 

และในปีสุดท้ายเขาพูดว่า "พอกันที" 

หัวหน้าคณะทดลองพูดว่า "ผมไม่แปลกใจเลย เพราะตั้งแต่คุณเริ่มคุณก็บ่นๆๆ


ยากอบจึงบอกเราว่า "ลิ้นนำทางชีวิตเราได้" ดังนั้นเราจึงต้องฝีกควบคุมมันให้ได้



คำพูด (​ลิ้น) สามารถทำลายทุกสิ่งที่เรามี : 

MY TONGUE CAN DESTROY WHAT I HAVE


ในข้อที่5 ยากอบได้ให้เห็นภาพว่า ให้เราลองจินตนาการถึงป่าที่สวยงามที่เต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ แล้วลองคิดต่อไปว่าในเวลาพริบตาป่าไม้นั้นก็ถูกเผาเรียบไม่มีเหลือเลยด้วยไม้ขีดก้านเล็กๆก้านเดียว


EX

โจรปล้น 10 ครั้งไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว

และไฟไหม้ 10 ครั้ง ก็อาจไม่เท่าลิ้่นเลวร้ายที่พูดออกมาเพียงครั้งเดียว


EX

ในปี 1983 พื้นที่กว่า 600 ไมล์ออสเตรเลียได้ถูกไฟไหม้ รวมทั้งหมู่บ้าน เพียงเพราะไม้ขีดก้านเดียว


ยากอบบอกว่าลิ้นเราสามารถทำลายได้อย่างนั้นจริงๆ เหมือนคนที่ไปแคมป์ไฟแต่ไม่ระมัดระวังก็สามารถทำลายป่าให้วอดวายได้เพียงชั่วข้ามคืนได้  คำพูดที่ไม่ระมัดระวังก็สามารถทำลายชีวิตได้ชั่วข้ามคืนได้เช่นเดียวกัน อาจจะเป็นพันๆชีวิต เพราะการนินทาว่าร้ายเป็นเหมือนไฟ มันลามรวดเร็วและสามารถทำลายทุกสิ่งได้


ผมสงสัยเหมือนกันว่า การที่ใช้คำพูดอย่างไม่ระวังมันทำลายชีวิตแต่งงานมาแล้วกี่คู่  หรืออาจเป็นหน้าที่การงาน  หรือแม้แต่ชื่อเสียงของเราเอง  หรือชื่อเสียงของคนอื่น  หรือชื่อเสียงของโบสถ์เขาเอง หรือมิตรภาพ


ลิ้นไม่เพียงแต่สามารถเป็นตัวชี้นำชีวิตคนเราได้แล้ว  แต่ยังสามารถทำลายสิ่งที่คุณมีถ้าคุณไม่เรียนรู้ที่จะควบคุมมัน เพราะมันเป็นเหมือนไฟ


คำพูดที่ดูถูก และไม่ให้ความสำคัญกับลูก อาจทำได้อนาคตของเด็กคนหนึ่งโตมาอย่างขาดความมั่นคงในจิตใจ  เราทุกคนจะมีคำพูดของ พ่อ, แม่,พี่ หรือครู ก้องอยู่ในใจเราเสมอ 


ในสังคมแต่ละแห่งมีบรรยากาศของคำพูดลอยอยู่

ใน OFfice , โรงเรียน, มหาวิทยาลัย หรือแม้แต่ในประเทศไทยของเรา อยู่ภายใต้การปกคลุมการการพูดบางอย่าง และเราเป็นเหยื่อของสิ่งเหล่านั้น


เราเป็นอย่างที่เราเป็นวันนี้ เพราะอิทธิพลของกลุ่มคำพูดบางประเภท


คุณเคยพบกับผู้ที่มีคลังแสงศาตราวุธด้วยคำพูดมั้ยครับ  คำพูดของพวกเขามักจะทำให้เกิดการติดไฟง่าย  ท่านโจเซฟ แมคคาธี่  ก็เป็นคนนึง ที่คำพูดของเขาสามารถทำลายล้างชีวิตทุกที่ๆเขาเหยียบย่าง  ยากอบบอกว่า คำเหล่านั้นเหมือนกับไฟที่สามารถเผาไหม้คนได้  นั่นคือเหตุผลที่ทำไมใครๆก็เรียกเขาว่า "ผู้ที่ชอบเผาดารา"  เพราะว่าเราสามารถเผาผลาญคนด้วยคำพูดของเราได้  ไฟและคำพูดที่ถูกควบคุมได้นั้น สามารถให้ความอบอุ่นและแสงสว่างได้  แต่ไฟกับคำพูดที่ไม่ถูกควบคุมนั้นสามารถทำลายล้างบ้าน ที่ดิน และรวมทั้งคนได้มากมายหลายกิโลเมตร


สภษ.18 : 20 ท้องจะอิ่มก็จากผลแห่งปากของเขา เขาหนำใจเพราะผลอันเกิดจากริมฝีปากของตน
  

และใน 


ยก. 3: 6  "เป็นเหตุให้ทั้งกายมลทินไป ทำให้วัฏฏะแห่งชีวิตเผาไหม้ และมันเองก็ติดไฟโดยนรก"


คำพูดสามารถทำให้เกิดผลกระทบตามมา  เป็นเหมือนปฏิกิริยาลูกโซ่  แม้คุณไม่ได้ตั้งใจก็ตาม  แต่มันอาจทำให้เกิดผลกระทบอันร้ายแรงอย่างมหันต์เพียงแค่คำพูดแรงๆไม่กี่คำ  ซึ่งนำมาสู่การเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง


EX

คุณกลับจากทำงานและเหนื่อย หัวเสียหงุดหงิด  สามีตะคอกใส่ภรรยา  ภรรยาตวาดลูกคนโต  ลูกคนโตตวาดพี่เลี้ยงเด็ก  พี่เลี้ยงเด็กเดินออกไปและไปเตะสุนัข  สุนัขไปกัดแมว  แมววิ่งมาข่วนเด็กทารก ทำให้เด็กคนนั้นตาบอด และโตมาเป็นคนตาบอดไปตลอดชีวิต นี้คือผลจากคำพูดเพียงคำเดียวจากการไม่ควบคุมของการเหนือมาจากที่ทำงาน  นี่คือปฏิกิริยาลูกโซ่ ที่มาของนรกเราดีๆนี่เอง


EX

คู่สมรสคู่หนึ่งมาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาคู่แต่งงาน

"ผมพูดอย่างหนึ่ง หล่อนก็พูดอีกอย่างหนึ่ง.." ในที่สุดเกิดอะไรขึ้น.. ก็นรกแตกไงละครับ   คำพูดเราทำให้นรกแตกได้ครับ  


EX

ยกบทสนทนาของคู่แต่งงาน:

ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วว่า อย่าเอาขยะกองไว้หน้าบ้าน ให้เอาไปทิ้งถังขยะ ลมมันจะพัดเข้าบ้าน สมองน่ะมีไหม ไม่ใช่เอาไว้กั้นหู

ขอร้องเลยสมองผมไม่ได้แค่กันหู เอาไว้วางบนหัวด้วย ผมรู้แล้ว แต่ทำไมคุณไม่รู้จักทำเองบาง งานที่ทำงานผมก็เยอะพออยู่แล้ว กลับมายังโดนเมียดุอีก

นี้่คุณว่าฉันงานไม่เยอะเหรอ คุณรู้ไหม ว่าวัน ๆ ฉันต้องเจออะไรบ้างคุณมันก็ดีแต่พูด ชอบสร้างปัญหาไม่รับผิดชอบบ้านช่อง ไม่มีความเป็นผู้นำครอบครัวเลย เป็นผู้ชายซ่ะเปล่า อุตสาห์เรียน พพช. ชั้น สู่ความเป็นชายที่สมบูรณ์ นี่นะหรือสมบูรณ์

ไม่เหมือนคุณนี้ ทำเป็นอดอาหารอธิษฐานให้พระวิญญาญ มาสถิตย์ ผีน่ะซิ มาสิง แล้วใครกันที่ใช้เงินเปลือง เครื่องสำอางค์หน่ะซื้ออยู่ได้ ไม่รู้เท่าไหร่ ต่อเท่าไหร่ คุณคิดว่ามันจะทำให้คุณดูเด็กลงหรือ

ก็ไม่ใช่เพราะคุณเหรอ น้องอะไรที่ Office หน่ะ ทีเวลาคุยกับเขาหล่ะ พูดเพราะเหลือเกิน วันนั้นก็เห็นเดินลงบันใดมาด้วยกัน ที่กับฉํนหน่ะไม่เคยไม่เลยที่จะอ่อนหวาน มีแต่ตะคอกใส่  วันนั้นเห็นน่ะ กดลิฟให้กันด้วย

คุณจะบ้าหรือ  คนยืนเป็น 10 ฉันยื่นอยู่ใกล้สุด ก็ต้องกดน่ะสิ และคุณหน่ะก็พอกัน วันนี้นั้นไปดูหนังเรื่อง รถไฟฟ้า BTS อะไรนั้นหน่ะ ตอนชาคริสออกยังงี้ กรีดให้ลั่นโลง น่าเกลียดผมหน่ะแทบจะมูดไปในถุง Pop Corn นี้ดียังยังกินไม่หมด ไม่งั้นผมมุดไปแล้ว ไม่อยากจะทนแล้ว

ไปเลย พรุ่งนี้ ไปที่อำเภอเลย ฉันก็ไม่อยากทนเหมือนกัน

ได้เลยจะเขียนใบหย่าตอนนี้เลยก็ได้ ผมก็คิดอยู่นานแล้ว 



ยากอบบอกว่า เราต้องเรียนรู้ที่จะควบคุมคำพูดเรา ไม่เพียงเพราะว่ามันสามารถนำทางชีวิตคุณเท่านั้น  แต่มันยังสามารถทำลายสิ่งที่คุณมีได้อีกด้วย  เช่นคุณสามารถสูญเสียครอบครัวคุณเอง  ลูกๆของคุณ  อาชีพของคุณ  เพียงเพราะคำพูดของคุณ  เช่นเดียวกับไฟ



สภษ.21 : 23  "บุคคลที่รักษาปากและลิ้นของตน  ก็รักษาตัวเขาเองให้พ้นความลำบาก"  ยากอบใช้ตัวอย่างประกอบให้เห็นภาพคือสวนสัตว์ 


ยก.3:7-8 "เพราะสัตว์เดียรัจฉานทุกชนิด ทั้งนก สัตว์เลื้อยคลาน และสัตว์ในทะเลก็เลี้ยงให้เชื่องได้  ลิ้นเป็นสิ่งชั่ว  ที่อยู่ไม่สุข  และเต็มไปด้วยพิษร้ายถึงตาย"

สัตว์นั้นมนุษย์เลี้ยงให้เชื่องได้  แต่ลิ้นนั้นไม่มีใครทำให้เชื่องได้  และสามารถทำให้สูญเสียได้ทุกเมื่อ


เมื่อสวนสัตว์เปิดแห่งหนึ่งเขียนป้ายเอาไว้ว่า "อย่าออกมาจากรถเด็ดขาด  อย่าเปิดหน้าต่างลง"  ทำไมน่ะหรือ  ก็เพราะสัตว์ที่ดูเหมือนเชื่องและเรียบร้อยเหล่านั้นสามารถทึ้งศีรษะของเราหลุดได้ทุกเมื่อ  การอยู่ไม่สุขทำให้เรื่องพังง่ายๆ

เช่นกัน บางครั้งเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปากของเรากำลังจะนำเราพูดอะไร  มันเหมือนกับยาพิษ  คำว่าพิษร้ายในภาษากรีกหมายถึง แค่ไม่กี่หยดก็ทำให้ถึงตายได้  เราอาจกำลังลอบฆ่าคนได้ด้วยคำพูดของเรา  ลิ้นจึงเป็นเหมือนอาวุธที่อันตรายจริงๆ























3. คำพูด(ลิ้น)ของเราบ่งบอกว่าเราเป็นใคร

MY TONGUE DISPLAYS WHO I AM :


มันจะเปิดเผยความเป็นตัวตนที่แท้จริงที่อยู่ภายในเราออกมา  ก่อนอื่นยากอบได้ชี้ประเด็นที่ขัดแย้งกันในคำพูดเราเอง ในข้อ 9 -10

เราจะไม่รู้จักคนจริง ๆ จนกว่าเขาจะพูดบางอย่างออกมา และโดยเฉพาะพูดตอนที่เขาเจอสถานการณ์ ที่ไม่ปกติ  นั้นยิ่งจะเห็นตัวจริงของเรา


ยก.3:9-10 เราทั้งหลายสรรเสริญองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระบิดาด้วยลิ้นนั้น  และด้วยลิ้นนั้นเราก็แช่งด่ามนุษย์  ผู้ซึ่งพระเจ้าทรงสร้างไว้ตามพระฉายาของพระองค์" คำสรรเสริญและคำแช่งด่าก็ออกมาจากปากอันเดียวกัน  ดูก่อนพี่น้องของข้าพเจ้า ไม่ควรให้เป็นเช่นนั้น"

เราพูดออกมาด้วยปากอันเดียวกัน  เมื่อเรามาโบสถ์วันอาทิตย์เราใช้คำพูดเราสรรเสริญพระเจ้า  เราใช้ปากเราร้องเพลงนมัสการพระเจ้า  เมื่อเราจะกลับบ้าน  โดยก้าวเข้าไปในรถและกำลังขับรถกลับบ้าน  ระหว่างทางเราก็กำลังเถียงกันว่าจะกินอาหารกลางวันที่ไหนดี เห็นมั้ยว่าทัศนคติเราเปลี่ยนเร็วขนาดไหน?


เพิ่งจะพูดคำว่า "สรรเสริญพระเจ้า" ไปแหมบๆ   คำพูดต่อมาก็พูดคำว่า "หุบปาก!!" ซะแล้ว   ลิ้นเราจึงขัดแย้งกันเองและยังเปลี่ยนได้ในเวลาอันรวดเร็วซะด้วย  เพิ่งจะพูดสรรเสริญพระเจ้าไปหยกๆหลังจากนั้นปากอันเดียวกันนี้ก็แช่งด่ามนุษย์ซะนี่


คำแช่งด่าอาจไม่จำเป็นต้องเป็นคำหยาบคาย  แต่เป็นคำพูดอะไรก็ได้ที่สามารถทำร้ายคน หรือบั่นทอนใจคน


ทุกคำพูดที่ทำให้คนถูกบั่นทอนคือคำแช่งสาป  ทำไมมนุษย์จึงสาปแช่ง เขาถูกสร้างตามพระฉายของพระเจ้ามิใช่หรือ  สิ่งนี้รบกวนใจผมมากจริงๆ  ผมคิดว่าจะเป็นไปได้อย่างไรถ้าเราพูดด้วยน้ำเสียงแห่งความรักต่อคนที่เรารัก เช่น ลูกเรา ภรรยาเรา สามีเรา แล้วในนาทีต่อมาเรากลับเกรี้ยวกราดใส่พวกเขา  เย็นชาหรือดุร้ายต่อพวกเขา  หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ เรากำลังทำลายความนับถือในตัวพวกเขานั่นเอง


เราหล่ะครับเคยพยายามที่จะควบคุมลิ้นหรือคำพูดของคุณเองบ้างรึเปล่า  ยากอบบอกว่า  เราสามารถพูดจาดีๆได้และสามารถพูดตรงกันข้ามได้ในนาทีถัดมา  ทำไม? ปัญหาคืออะไร?  ทำไมเราจึงทำเช่นนั้น 


ยก.3:11-12 "บ่อน้ำพุจะมีน้ำจืดและน้ำกร่อยพุ่งออกมาจากช่องเดียวกันได้หรือ  พี่น้องทั้งหลาย ต้นมะเดื่อจะออกผลเป็นมะกอกเทศได้หรือ  หรือเถาองุ่นจะออกผลเป็นมะเดื่อได้หรือ  บ่อน้ำพุเค็มก็ทำให้เกิดน้ำจืดอีกไม่ได้เลย"


ยากอบให้พิจารณาดูที่ต้นกำเนิด  ประเด็นคือ อะไรก็ตามที่ออกมาจากบ่อก็คือน้ำ  ต้นไม้ก็ต้องออกผลไม้  ต้นแอ้ปเปิ้ลจะออกลูกเป็นเชอรรี่ได้อย่างไร  ฉะนั้น ไม่พูดจะดีกว่า


ปัญหาของผมแท้จริงแล้วไม่ใช่อยู่ที่ลิ้น แต่อยู่ที่ใจตะหาก  "ออกจากปากก็ออกจากใจ"  ผมสามารถหลอกคุณได้และเสแสร้งแกล้งทำได้  แต่ในที่สุดลิ้นของผมก็จะเผยไต๋ที่อยู่ข้างในใจของผมออกมาจนหมดสิ้น


หลายคนชอบแซวชอบกัด  แล้วมักจะปกป้องตัวเองว่า อุ๊ย..ขอโทษๆ ไม่ได้ตั้งใจนะ พูดเล่นๆน่ะ  แต่ยากอบบอกว่า นั่นแหละของจริงล่ะ   ออกจากปากก็ออกจากใจ  น้ำกร่อยและน้ำดีจะออกจากแหล่งเดียวกันไม่ได้


พระเยซูก็พูดใน 


มธ.12:34  โอ  ชาติงูร้าย  เจ้าเป็นคนชั่วแล้วจะพูดความดีได้อย่างไร  ด้วยว่าปากนั้นพูดจากสิ่งที่มาจากใจ


ลิ้นของเราก็พูดแสดงความเป็นตัวเรา  มันสามารถสร้างสรรค์และทำลายชีวิตคนได้จริงๆ


ถ้าเรามีปัญหาเพราะลิ้น  นั่นคือปัญหาที่ใหญ่ยิ่งกว่าปัญหาโรคหัวใจอีกด้วย

คำพูดเราสะท้อนอะไรได้บ้าง

เพราะคนที่มีคำพูดแรงๆมักจะมีใจที่โกรธง่าย

ใครที่มีคำพูดแง่ลบมักจะมีหัวใจที่ขี้กลัว

คนที่มีคำพูดที่เกินความจริงมักจะเป็นคนที่จิตใจไม่มั่นคง

คนที่พูดจาจาบจ้วง และมักว่าคนทำให้บาดเจ็บ มักจะเป็นคนที่ขาดความมั่นคงในจิตใจ

คนที่พูดจาลามกมักจะมีใจที่ไม่บริสุทธิ์

คนที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์ผู้อื่นอยู่เสมอมักจะเป็นคนที่มีใจขมขื่นกับชีวิต

และในทางกลับกัน

คนที่ชอบท้าทายให้กำลังใจคนมักจะเป็นคนที่จิตใจดีมีความสุขในชีวิต

คนที่พูดจาสุภาพมักจะเป็นคนที่มีหัวใจแห่งความรัก

คนที่พูดความจริงมักเป็นคนที่มีใจสัตย์ซื่อ




II. จะทำอย่างไรที่จะพูดจาได้อย่างถูกต้อง

WHAT IS THE SOLUTION?


1.ใส่หัวใจใหม่ โดยการกลับใจใหม่: 

Get a new heart


อสค.18:31  จงละทิ้งการกบฏทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเรา จงทำตัวให้มีจิตใจใหม่และวิญญาณใหม่ โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าจะตายเสียทำไมเล่า

การทาสีบ่อน้ำให้สวยงามไม่ได้ช่วย หรือไม่ได้ทำให้ดูดีขึ้น ถ้าข้างในยังคงเป็นยาพิษอยู่ในนั้น  เราสามารถเปลี่ยนข้างนอกได้  เราสามารถผลัดใบได้  แต่สิ่งที่เราต้องการคือ การมีชีวิตใหม่จริงๆ  เราต้องลืมอดีตและบังเกิดใหม่  เราต้องใส่หัวใจใหม่จริงๆ



เราจะใส่ใจใหม่ได้อย่างไร?

2คร.5:17  "เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์  ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว  สิ่งสารพัดที่เก่าๆก็ล่วงไป  นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น"  


โดยการรับ  JC เข้ามาในชีวิต ในใจของเราโดยการอธิษฐาน

เมื่อเรามาหาพระเยซู พระองค์ชำระทุกสิ่งออกไปแล้วจากชีวิตเดิมของเราในอดีต  เราจึงมีชีวิตใหม่  หัวใจใหม่  วิญญาณใหม่แล้ว  ซึ่งเป็นเหมือนการเกิดใหม่อีกครั้ง  เราต้องการหัวใจใหม่  เราต้อง อธิษฐาน เหมือนดาวิด ใน


สดด. 51:10   "ข้าแต่พระเจ้า  ขอทรงสร้างใจสะอาดภายในข้าพระองค์และฟื้นน้ำใจที่หนักแน่นขึ้นใหม่ภายในข้าพระองค์"



2. ขอพระเจ้าช่วยเราทุกๆวัน ผ่านทางการอธิษฐาน : Ask God for help every day.

เราต้องการฤทธานุภาพจากพระเจ้าที่จะช่วยควบคุมลิ้นเรา  เพราะเราทำเองไม่ได้  ชีวิตเราก็เช่นกัน หลายครั้งเราไม่สามารถคุมได้ เราจึงต้องการพลังที่เหนือธรรมชาติจากพระเจ้ามาช่วยเรา


สดด.141 : 3   ข้าแต่พระเจ้า  ขอทรงตั้งยามเฝ้าปากของข้าพระองค์ขอรักษาประตูริมฝีปากของข้าพระองค์


คงจะดีถ้าทุกๆเช้าเราจะอธิษฐานว่า "พระเจ้าข้าโปรดเอาตระกร้อสวมปากข้าพระองค์ที ควบคุมริมฝีปากข้าพระองค์ด้วย  อย่าให้เราต้องวิพากษ์วิจารณ์ใครเลย  อย่าให้เราพิพากษาใคร  อย่าให้เราหลุดปากพูดอะไรออกไปแล้วต้องมาเสียใจภายหลังอีกเลย"  เราต้องอธิษฐานขอพระเจ้าช่วยเราวันต่อวันเพราะเราต้องการฤทธิ์อำนาจจากพระองค์


ซิดโลว์ แบ็กซเตอร์ กล่าวว่า "สิ่งที่จะพิสูจน์ว่าพระวิญญาณพระเจ้าอยู่กับคุณหรือไม่นั้น  คือการฟังสิ่งที่คน ๆ นั้นพูด

เมื่อเราระวังคำพูด  พระเจ้าก็จะทรงให้อำนาจเราที่จะไม่พูดหมิ่นประมาทใคร  ไม่โกหกใคร  ไม่พูดเกินความจริงเราต้องขอพระเจ้าช่วยเราด้วยการอ่านพระวจนะพระเจ้า


การพูดเป็นเหมือนการขับรถไปแม่ฮ่องสอน ที่ต้องระวังตลอดเวลา ถ้าเราขับฉวัดเฉวี่ยน ก็เหมือนการพูดเยอะ พูดมาก โอกาสเสี่ยงมีมาก


คนเล็กน้อยจะพูดมาก คนยิ่งใหญ่จะพูดน้อย  อาจจริงบางส่วน


อะไรที่เราเห็นที่เราอ่าน ก็จะเข้ามาในความคิดของเรา

อะไรอยู่ในความคิดเรา  ก็จะอยู่ในหัวใจเราด้วย

อะไรอยู่ในหัวใจเรา  มักจะออกมาจากปากเรานั่นเอง

ฉะนั้นจึงควรเติมความคิดเราด้วยพระวจนะพระเจ้า  ด้วยสิ่งที่เป็นแง่บวกและสิ่งที่เป็นความจริงเสมอ  

เพื่อสิ่งนี้จะไหลออกมา เป็นคำพูดของเรา

You speak what you Think all the time : เราจะพูดสิ่งที่เราคิด






คิดก่อนพูด :

Think before you speak

ไตร่ตรองให้ดีก่อนพูด


ยก.1:19   ดูก่อนพี่น้องที่รักของข้าพเจ้า  จงทราบข้อนี้  จงให้ทุกคนไวในการฟัง  ช้าในการพูด  ช้าในการโกรธ"


จงไวในการฟัง และช้าในการพูด

ถ้าเราไวในการฟัง  เราจะช้าในการพูด

ถ้าเราช้าในการพูด  เราก็จะช้าในการโกรธ

ถ้าเรากำลังมีปัญหาในเรื่องความโมโหโกรธาของเราเองละก็  ให้แก้ไขโดยคุณต้องฟังคนอื่นมากขึ้น  พูดให้น้อยลง  แล้วผลคือจะทำให้คุณกลายเป็นคนโกรธช้า


พระเจ้าได้ยินทุกคำที่เราพูดออกไป ลิ้นเราก็บ่งบอกความเป็นตัวเรา ตอนนี้ลิ้นเรากำลังนำเราไปไหนกันแน่  บางคนชอบพูดว่า "ฉันมันขี้โรค"  หรือไม่ก็ "โอ๊ย ฉันทำไม่ได้หรอก"  หรือ "พูดแง่ลบว่า แย่แล้ว เรื่องกำลังแย่ลงๆเรื่อยๆแล้ว" 

คำพูดเหล่านี้กำลังนำเราไปไหนครับ  หางเสือเรือก็มีไว้สำหรับบังคับทิศทางเรือ  โดยจำเป็นต้องมีแขนและมือที่แข็งแรงในการบังคับควบคุมหางเสือนั้น


ยากอบพูดว่า วิธีเดียวที่เราจะควบคุมลิ้นเราได้ นั่นก็คือ เราต้องยอมให้พระเยซูควบคุมหัวใจเราก่อน


อะไรในหัวใจของเราที่กำลังจะออกจากปากเรา  เราต้องยอมให้พระเยซูควบคุมหางเสือชีวิตเราและนำชีวิตเรา  บางทีเราต้องขอการอภัยก่อน  บางทีเราต้องไปหาลูกของเราก่อน  แล้วบอกเค้าว่า "เราขอโทษเขาที่บางครั้งเราแสดงว่ารักเขา แต่บางครั้งเราแสดงความหยาบคายออกมาเช่นกัน  ซึ่งก็ไม่ต่างจากมนุษย์คนอื่นๆ  เพราะเราเป็นมนุษย์  พวกเราทุกคนต่างก็สะดุดแข้งขาเราเองล้มลงเสมอ  บางทีเราต้องไปขอโทษสามีหรือภรรยาเรา แล้วสารภาพว่า "เราปฏิบัติต่อเขาไม่ดีพอ  ไม่แยแสเขา  เย็นชา ไม่เอาใจใส่ พูดจาไม่ดี  ด่าว่าคนไปทั่ว  ขัดแย้งในตัวเอง" เอเศเคียลพูดว่า


อสค.18:31 จงละทิ้งการกบฏทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏ-ต่อเรา  จงทำตัวให้มีจิตใจใหม่และวิญญาณใหม่


ทุก ๆ คนต้องการบทเรียนนี้

นี้เป็นปัญหาระดับประเทศทีเดียว 

คนบางคนไม่เคยฝึกคุมลิ้นเลย

แม้สุนัขยังต้องถูกฝึก  ลิ้นเราต้องเข้าคอร์สรับการฝึก

เราน่าจะตั้ง คอร์สฝึกลิ้นรับรองเห็นผลภายใน 1 เดือน ไม่เห็นผลยินดีคืนเงินให้ครึ่งหนึ่ง  Tongue Training College : TTC 

ทางการแพทย์บอกว่า กล้ามเนื้อส่วนที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายไม่ใช่ แขน หรือขา แต่เป็น ลิ่้นของเรา แสดงว่าคงต้องคุมยากพอสมควร 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น