วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2552

หว่านเมล็ดพันธุ์ให้ทั่ว โดย ราฟาแอล

หว่านเมล็ดพันธุ์ให้ทั่ว
โดย ราฟาแอล


ผู้ ที่หว่านเมล็ดพืชเพียงเล็กน้อย ก็จะเก็บเกี่ยวได้เพียงเล็กน้อย
ผู้ที่หว่านเมล็ดพืชมาก ก็จะเก็บเกี่ยวได้มาก
แต่ละคนจงให้ตามที่ตั้งใจไว้มิใช่ให้โดยนึกเสียดาย มิใช่ให้โดยฝืนใจ
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี
พระเจ้าประทานพระหรรษทานทุกประการแก่ท่านได้อย่างอุดม
เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งเพียงพอ
และยังมีเหลือเฟือสำหรับกิจการดีทุกประการอีกด้วย
ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า "เขาเอื้อเฟื้อแจกจ่าย เขาให้แก่คนยากจน
ความชอบธรรมของเขาดำรงอยู่ตลอดนิรันดร์"
พระองค์ผู้ประทานเมล็ดพืชแก่ผู้หว่านและประทานอาหารเลี้ยงชีวิตจะทรงจัดหา
และทรงทวีเมล็ดพืชที่ท่านหว่าน
และจะทรงเพิ่มพูนผลแห่งความชอบธรรมของท่านด้วย
ท่านจะมั่งคั่งบริบูรณ์ทุกประการ เพื่อจะแจกจ่ายได้อย่างใจกว้าง
ทานบริจาคของท่านซึ่งเราจะจัดแจกนี้ จะทำให้มีการขอบคุณพระเจ้า (2
โครินธ์ 9:6-11)

เราทุกคนคงเคยสงสัยในบางครั้งว่า เรามีความสามารถที่จะให้ได้มากเท่าใด
เราตรวจดูว่าเรามีเหลือใช้เท่าไร เราจะต้องเสียสละอะไรบ้างถ้าเราให้
และเราจะได้สิ่งใดตอบแทน?

สตีเฟน โควี เสนอแนวคิดที่เราเรียกว่า
"จิตภาพความอุดมบริบูรณ์" (abundance mentality)
จิตภาพความอุดมบริบูรณ์เสนอว่า จักรวาลนี้เต็มไปด้วยทรัพยากร
คนหนึ่งไม่ได้สูญเสียอะไรเพียงเพราะอีกคนหนึ่งได้รับบางสิ่ง
หรือเหมือนกับที่เพื่อนคนหนึ่งสอนผมว่า "เมื่อน้ำขึ้น
เรือทุกลำย่อมจะลอยขึ้นเหมือนกัน"
จงช่วยผู้อื่นให้ได้รับสิ่งที่เขาต้องการ
แล้วคุณจะได้รับสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ

ปาร์เกอร์ ปาล์เมอร์ ผู้ประพันธ์หนังสือ "ชีวิตทำงาน" (The Active Life)
กล่าวถึงหลักการหนึ่งว่า "คุณภาพชีวิตทำงานของเราขึ้นอยู่กับว่า
เราคิดว่าโลกของเราเป็นโลกแห่งความขาดแคลนหรือความอุดมบริบูรณ์...ในจักรวาล
แห่งความขาดแคลน คนที่รู้จักศิลปะการแข่งขัน
หรือแม้แต่การทำสงครามเท่านั้นที่สามารถอยู่รอดได้
แต่ในจักรวาลแห่งความอุดมบริบูรณ์ การแสดงความใจกว้าง
และกิจกรรมของชุมชนไม่เพียงแต่เป็นไปได้ แต่ให้ผลดีด้วย"

"ผู้ที่หว่านเมล็ดพืชมาก ก็จะเก็บเกี่ยวได้มาก" (2 คร 9:6)
เมื่อเพาะปลูกน้อยย่อมได้ผลน้อย คำเปรียบ

เทียบนี้แสดงว่าผู้หว่านมีทางเลือกว่าจะให้เพียงเล็กน้อยหรือให้มาก
และเขาสามารถคาดเดาผลสุดท้ายได้ด้วย

เปา โลไม่ได้พยายามทำให้คนรู้สึกผิด แต่ให้กำลังใจ
ไม่มีการบอกว่าควรทำหรือต้องทำสิ่งใด เปาโลสอนเรื่องการให้ในด้านบวก
เขาเพียงแต่อธิบายกฎที่ดำรงอยู่ในจักรวาลและปล่อยให้เราตัดสินใจเอง
เขาต้องการให้เราเห็นว่า "การให้" เป็นโอกาสที่น่ายินดีและน่าอิ่มใจ
แทนที่จะเป็นกฎเกณฑ์บังคับให้คนเสียสละทรัพย์ของตน
"แต่ละคนจงให้ตามที่ตั้งใจไว้ มิใช่ให้โดยนึกเสียดาย มิใช่ให้โดยฝืนใจ
เพราะว่าพระเจ้าทรงรักผู้ที่ให้ด้วยใจยินดี" (2คร 9:7)

เพื่อนคน หนึ่งยกรถเก่าที่เขาไม่ได้ใช้แล้วให้คนที่จำเป็นต้องใช้
เพื่อนอีกคนหนึ่งจ่ายเงินเพื่อให้คนคนหนึ่งเข้าร่วมในการเข้าเงียบสำหรับผู้
นำได้ เพื่อนอีกคนหนึ่งบริจาครถยนต์ให้วัดของเขาใช้สอย
เพื่อนอีกคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในยุโรป
กำลังเริ่มรวบรวมคนตั้งเป็นกลุ่มเล็กๆ
เพื่อให้คำแนะนำแก่มารดาที่กำลังต่อสู้ชีวิต
ผมคิดว่าเพื่อนที่ใจกว้างเหล่านี้ใช้เงินในทางที่ถูก
เงินไม่ได้เป็นเจ้าของหรือเป็นนายพวกเขา
แต่เขาใช้เงินเป็นเครื่องมือสร้างความสุขให้ผู้อื่น

พระคัมภีร์
กล่าวถึงหลักการฝ่ายจิตของการหว่านและการเก็บเกี่ยวไว้อย่างชัดเจน
ผู้ที่ให้มากจะได้รับ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
เขาจะทำให้หัวใจของเขามีช่องว่างเพื่อจะเจริญเติบโต
เหมือนกับการเก็บกวาดตู้ที่เต็มไปด้วยสิ่งของ
ย่อมทำให้มีที่ว่างเพื่อจะใช้เก็บสิ่งของใหม่ๆ
หัวใจที่ชอบสะสมและแย่งชิงจะอึดอัดคับแคบซึ่งกีดขวางการเจริญเติบโต

พระ เยซูเจ้าทรงสอนว่า "การให้ย่อมเป็นสุขมากกว่าการรับ" (กจ 20:35)
แต่นี่ไม่ใช่ทางลัดไปสู่ความร่ำรวยอย่างแน่นอน เมื่อผมให้
ผมย่อมมีน้อยลงในเชิงปริมาณ แต่พระดำรัสนี้ตรัสแก่หัวใจของเราว่า
การให้คือความสุขที่ยิ่งใหญ่ เมื่อเราให้ หัวใจของเราพองโต
และเราสามารถรับสิ่งต่างๆไว้ได้มากขึ้น เราทำให้เกิดที่ว่างในชีวิตของเรา
ผมคิดว่าพระเจ้าคงจะตรัสว่า
"บัดนี้ลูกพร้อมแล้วที่จะให้เรามอบหมายสิ่งต่างๆให้ลูกมากขึ้น
เรารู้ว่าลูกจะไม่เก็บไว้เพื่อตนเอง"

เราควรตรวจสอบเป็นครั้งคราว ว่าเราสะสมสิ่งใดไว้บ้าง
เพื่อจะรู้ว่าเราจำเป็นต้องให้สิ่งใดแก่ผู้อื่น
เราต้องทำให้มีที่ว่างในตู้ กระเป๋า หัวใจ และแม้แต่ในปฏิทินของเรา
เราจำเป็นต้องหว่านสิ่งใด? เราจำเป็นต้องให้ของขวัญใด?
เราสามารถตอบสนองสิ่งใดได้? คุณต้องมีความเชื่อถือจึงจะทำเช่นนี้ได้
นักฮอกกี้ชื่อ เวย์น เกรทสกี้ กล่าวว่า "ถ้าคุณไม่ยิงประตูเลย
คุณก็จะไม่สามารถทำประตูได้" อาจถึงเวลาแล้วที่คุณต้องฝึกการให้
ถ้ามองอย่างมนุษย์ก็เป็นเรื่องเสี่ยง แต่คุณกำลังเสี่ยงกับพระเจ้า
ผู้ที่คุณวางใจได้เต็มที่ขณะที่คุณเริ่มจะให้
อัศจรรย์แห่งการเติบโตครั้งใหม่ก็เกิดขึ้นแล้ว
แม้ว่าคุณจะมองไม่เห็นในทันทีทันใด
คุณจะได้รับอิสรภาพภายในเป็นสิ่งตอบแทน นักประพันธ์เพลงชื่อ ไมเคิล คาร์ด
บอกว่า
"เราไม่รู้หรอกว่าเราได้รับอิสรภาพอย่างไรจากสิ่งที่เราละทิ้งไว้เบื้องหลัง
" เปาโลอาจกล่าวเสริมว่า "และให้แก่ผู้อื่น"

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 5 ฉบับที่ 225 วันที่ 19-25
กันยายน พ.ศ. 2552 หน้า 24 คอลัมน์ แสงธรรม โดย ราฟาแอล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น