วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2552

ข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์ยักษ์ (ชาวเนฟิล) และทูตสวรรค์ในพระคัมภีร์

ข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์ยักษ์ (ชาวเนฟิล) และทูตสวรรค์ในพระคัมภีร์เดิม

 

http://www.youtube.com/watch?v=tI8q8xTSoXk

 
 

The Nephilim

 

 nephilim1xr6.jpg

 

"ในคราวนั้น มีคนเนฟิล (พวกมนุษย์ยักษ์) อยู่บนแผ่นดิน..." (ปฐมกาล 6.4)

" แผ่นดินที่เราได้ไปสืบดูตลอดแล้วนั้น เป็นแผ่นดินที่กินคนซึ่งอยู่ในนั้น ชาวเมืองที่เราเห็นเป็นคนรูปร่างใหญ่โต ที่นั่น เราเห็นคนเนฟิลในสายตาของเรา เราเหมือนเป็นตั๊กแตน ในสายตาของเขาก็เหมือนกัน" (กันดารวิถี 13.32-33)

 

จากเรื่องราวใน หนังสือปฐมกาลและกันดารวิถี ซึ่งเป็นหนังสืออยู่ในพระคริสต์ธรรมคัมภีร์ ภาคพันธสัญญาเดิม ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า มีมนุษย์ยักษ์เนฟิลิม ลักษณะของมนุษย์ยักษ์นั้นคือ มีรูปร่างใหญ่โต แสดงว่าจะต้องมีรูปร่างใหญ่โตกว่าคนในสมัยนั้นมากนัก ทั้งๆ ที่ตามหลักฐานทางโบราณคดีหลายชิ้นระบุว่า มนุษย์โบราณทั่วไปก็มีรูปร่างใหญ่โตกว่าคนในปัจจุบันนี้

 


แต่มนุษย์ยักษ์เนฟิลิมกลับมีรูปใหญ่โตกว่ามนุษย์โบราณยุคแรกๆ ของโลก จึงทำให้คนส่วนใหญ่เกิดคำถามขึ้นมาว่า มนุษย์ยักษ์มีจริงหรือ? หรือว่าพระคริสต์ธรรมคัมภีร์เขียนขึ้นเอง?

 

 

 

เรื่องฑูตสวรรค์ที่เรียกว่า "เนฟิลิม" นี้ ถือว่ายังลึกลับในวงการคริสเตียนอยู่ เหตุผลคือ
1. พระคัมภีร์กล่าวถึงแบบตรง ๆ ค่อนข้างน้อยมาก มีเฉพาะในพระคัมภีร์เดิมเท่านั้น
2. เรื่องราวส่วนใหญ่อยู่ในหนังสือของเอโนค "ฺBook of Enoch" ซึ่งไม่ได้ถูกรวบรวมเข้าสารระบบพระคัมภีร์ที่เห็นปัจจุบันนี้

 

 

 เนฟิลิม คือพวกฑูตสวรรค์กลุ่มหนึ่งที่มีหัวหน้าใหญ่คือลูซิเฟอร์ล่อลวงและพามายังโลก ด้วย  พวกนี้เท่าที่มีผู้ศึกษาในต่างประเทศได้ค้นคว้า หาข้อมูลจากแหล่ง ต่าง ๆ และในหนังสือเอโนคจริงจัง พบว่า พวกนี้ครั้งหนึ่งได้เคยลงมาสมสู่กับมนุษย์ผู้หญิงที่เป็นมนุษย์โลกปกติ และให้กำเนิดมนุษย์ประหลาดตัวโต เก่งกาจ ไอคิวสูงมาก และแพร่ขยายไปมาก   และก่อให้เกิดมนุษย์ยักษ์ที่มีอายุยืน

 

 

 "ในคราวนั้น มีคนเนฟิล (พวกมนุษย์ยักษ์) อยู่บนแผ่นดิน..." (ปฐมกาล 6.4)

 

จริง ๆ แล้วฑูตสวรรค์ทั้งดีและชั่วหรือพวกเนฟิลิมนี้  เป็นวิญญาณที่สามารถปรากฎในร่างมนุษย์มีเนื้อหนังได้ ดังเช่นที่กล่าวหลายครั้งในพระคัมภีร์เดิม เราไม่รู้ลึกมากเกี่ยวกับ ชีวิตความเป็นอยู่ของฑูตสวรรค์ทั้งสองกลุ่ม   เอโนคเป็นคนที่ได้รู้ได้เห็นเรื่องโลกฑูตสวรรค์อย่างมากจนเขียน เป็นหนังสือหรือเชิงจดหมายเหตุบันทึกไว้เป็นเล่ม

 

เอโนค พระคัมภีร์กล่าวว่าเขาเป็นคนที่ดำเนินชีวิตกับพระเจ้า คือเป็นคนที่มีความเชื่อในพระเจ้า และมีชีวิตที่ชอบธรรม พระเจ้าจึงรับเขาหายไปเลย ซึ่งเอโนคถูกรับหายขึ้นไปก่อนน้ำท่วมโลกสมัยโนอาห์

 

 

คำถามคือเหตุใดหนังสือเอโนคไม่ถูกรวบเข้าสารระบบพระคัมภีร์

เหตผลคือมันล่อแหลม เนื่องจากหนังสือเอโนคบรรยายไว้มากเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ และบ่อยครั้งพวกพ่อมด แม่มด หมอผีนั้นมักเอาเรื่องที่เอโนคเปิดเผยไว้ ไปใช้เป็นประโยชน์ใน ทางด้านมืด ซึ่งล่อแหลมต่อผู้เชื่อที่จะหลงไปกับสิ่งเหล่านี้ได้

 

ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเอโนคคือคู่มือพ่อมดหรือแม่มด เพียงแต่กล่าวเล่าเรื่องราวรายละเอียดมากถึงการติดต่อสื่อสารระหว่างสิ่ง เหล่านี้กับมนุษย์ และอื่น ๆ ตามที่เขาได้รู้ได้เห็น ในสมัยโบราณก่อนน้ำท่วมโลก

 

 

 

คำถามต่อมาแล้วพวกมนุษย์ยักษ์พวกนี้ไปหลบที่ไหน  คำตอบก็คือตายหมดสมัยน้ำท่วมโลกแล้ว รวมทั้งสัตว์ประหลาดต่าง ๆ  อีกเหตุหนึ่งที่ต้องให้น้ำท่วมโลกเพราะเชื้อสายมนุษย์ที่ผสมและผิดปกติไปนี้ อาจจะไปผสมกับครอบครัวของโนอาห์ในอนาคตได้ ซึ่งนั่นจะทำให้มีผลต่อการมาเกิดของพระเยซู  คือเป็นการทำลายพงศ์พันธุ์ของอิสราเอลที่พระเยซูจะมาเกิด และมนุษย์โลกจะไม่รอดหากเป็นเช่นนี้  

 

เดวิดและโกไลแอท 
แม้โกไลแอทไม่ใช่คนเนฟิล แต่ความสูงของโกไลแอธนั้น
หากเทียบมาตรากับสมัยนี้แล้วก็ประมาณ 9 ฟุต (270 ซม.)
 
 

เรื่องเนฟิลิมนั้นไม่ได้ถูกสอนและเผยแพร่  คริสเตียนส่วนใหญ่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าพวกนี้มีอยู่จริง  หรือคิดแต่ว่าคงเป็นพวกวิญญาณที่จับต้องตัวตนไม่ได้   เพราะหนังสือของเอโนคไม่ได้อยู่ในพระคัมภีร์   หลายคนอ่านพระคัมภีร์เดิมในปฐมกาลที่กล่าวถึงพวกมนุษย์ยักษ์ที่สู้กับดาวิด เข้าใจว่าดาวิดคงจะเป็นแค่เด็กตัวเล็ก หรือตัวแคระ แต่จริง ๆ แล้วดาวิดก็เป็นคนปกติ แต่สู้กับยักษ์จริง ๆ ไม่ใช่สู้กับคนตัวใหญ่ธรรมดา ๆ อย่างที่คิด   และพวกคนมีชื่อเสียงที่พระคัมภีร์กล่าวก็คือเนฟิลิม   คือพวกฉลาดผิดมนุษย์ปกติ พวกมนุษย์ยักษ์ที่แย่งอาหารมนุษย์ปกติและแพร่ขยายไปมาก  จนในที่สุดก็หันมากินมนุษย์ปกติ  

 

jesus

 

ชีวิตเอโนค คือนัยยะสำคัญบ่งบอกให้คริสเตียนทั้งหลายรู้ไว้ว่า  พระเจ้ารับเอโนคหายไปก่อนน้ำท่วมโลกสมัยโนอาห์ฉันใด พระเจ้าก็จะรับผู้เชื่อให้หายไปจากโลกก่อนที่กลียุคเวทนา (Great Tribulation) จะเกิดในโลกฉันนั้น  

 

ครั้งแรกโลกถูกทำลายด้วยน้ำสมัยโนอาห์   ส่วนครั้งที่สองโลกจะถูกทำลายด้วยไฟ  กงล้อประวัติศาสตร์พระคัมภีร์ได้หมุนมาจะเข้าที่เดิม สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เชื่ออาจเป็นเรื่องปกติ แต่สำหรับผู้เชื่อ นี่คือหมายสำคัญที่มีนัยยะสูงมากอันหนึ่ง

มัทธิว 24 ข้อ 37 "ด้วยสมัยของโนอาห์เป็นอย่างไร เมื่อบุตรมนุษย์เสด็จมาก็จะเป็นอย่างนั้นด้วย"


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น