วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

Re: ผู้ที่เคลื่อนภูเขาที่แท้จริงคือ...**JUST PUSH**

แค่ผลัก...

ชายคนหนึ่งกำลังนอนหลับอยู่ในบ้านหลังน้อยของเขา ทันใดนั้นห้องของเขาก็

สว่างวูบขึ้นมา และพระเจ้าทรงปรากฏกับเขา พระองค์ทรงตรัสกับเขาว่า

ทรงมีพระราชกิจที่มอบหมายให้เขาทำ   

โดยทรงสำแดงก้อนหินขนาดใหญ่ที่อยู่หน้าบ้านของเขานั้น

พระองค์ทรงให้เขาผลักดันก้อนหินนั้นออกไปด้วยเต็มกำลังของเขา

ชายคนนั้นได้ทำตามวันแล้ววันเล่า หลายปีตั้งแต่อาทิตย์ขึ้นจนอาทิตย์ตก

เขาได้ตรากตรำผลักดันก้อนหินอันเยือกเย็นนั้นด้วยไหล่ของเขา

อย่างสุดกำลังและสัตย์ซื่อแต่มันก็ไม่ขยับเขยื้อนเลย

ทุกค่ำคืนเขาอิดโรยกลับมายังบ้านหลังน้อยด้วยความเจ็บปวด    

รู้สึกเหมือนว่า...เขาได้ใช้เวลาทั้งวันอย่างสูญเปล่า

เมื่อเขากำลังจะหมดกำลังใจอยู่นั้น   ศัตรูของเขา(มารซาตาน)

ก็เข้ามาใส่ความคิดในใจที่อ่อนล้าของชายคนนั้น(มันทำแบบนี้เป็นประจำทุกครั้ง)

 "เจ้าได้ทนผลักดันก้อนหินนี้มานานแล้วนะ แล้วมันก็ไม่เคลื่อนไปไหนเลยแม้แต่นิด”

มันสร้างภาพให้เห็นว่างานที่เขาทำ มันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ และเขากำลังล้มเหลว

ด้วยความคิดแบบนี้ทำให้เขาท้อถอยและหมดกำลังใจ  ความมั่นใจก็ลดถอยลง

มารซาตานกล่าวว่า “ทำไมต้องมาทำร้ายตัวเองแบบนี้ด้วยนะ?

เอาเป็นว่าใช้เวลากับมันเพียงเล็กน้อยและใช้กำลังนิดหน่อย แค่นี้ก็น่าจะพอแล้วนะ”

และนั่นก็ตรงกับที่ชายผู้อ่อนล้าผู้นี้กำลังอยากจะทำ

แต่เขากลับตัดสินใจที่จะเอาเรื่องนี้อธิษฐานร้องทูลกับพระเจ้า 

โดยบอกเรื่องความคิดที่ทำให้เขารู้สึกยากลำบากใจนี้กับพระองค์

“พระเจ้า ข้าพระองค์ได้ใช้สุดแรงของข้าพระองค์ในงานรับใช้

ที่พระองค์มอบหมายให้เป็นเวลายาวนานแล้ว  

จนถึงเวลานี้ข้าพระองค์ยังไม่เห็นว่าหินก้อนนี้เคลื่อนไปได้สักมิลลิเมตรเดียว     

มีอะไรที่ผิดพลาดหรือเปล่า ทำไมข้าพระองค์จึงล้มเหลว?”

พระเจ้าทรงตอบเขาด้วยความรักและเห็นอกเห็นใจว่า

 สหายเอ๋ย เมื่อเราขอให้เจ้ารับใช้เราและเจ้ายอมทำ  

เราได้บอกให้เจ้าใช้แรงสุดกำลังในการผลักดันก้อนหินนั้น ซึ่งเจ้าก็ได้ทำแล้ว”

“ไม่ได้มีสักครั้งที่เราเอ่ยว่า  เราคาดหวังว่าก้อนหินนั้นมันจะเคลื่อนออกไป

งานของเจ้าคือ แค่ผลักดันก้อนหินนั้น แต่ตอนนี้เจ้าเข้ามาหาเราด้วยความคิดของเจ้าว่า

จ้าล้มเหลวสูญเปล่ากับการที่เจ้าได้ใช้กำลังไปนั้น” 

“แต่มันเป็นแบบนั้นจริงๆหรือ ลองมองดูตัวเจ้าเองสิ แขนและหลังของเจ้ามี

กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง มือของเจ้าก็หนาและแกร่งขึ้นจากแรงกดอย่างสม่ำเสมอ   

ขาของเจ้าก็ล่ำสันและแข็งแรง”  “ในทางตรงกันข้ามกับที่เจ้าคิด   

เจ้าได้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นมาก

และความสามารถของเจ้าตอนนี้ก็มากกว่าที่เจ้าเคยมี   

จริงอยู่ที่เจ้าไม่สามารถเคลื่อนก้อนหินนั้นได้เลย  แต่การเรียกของเรา

คือการให้เจ้าเชื่อฟัง ผลักดัน ให้ใช้ความเชื่อ และไว้วางใจในสติปัญญาของเรา

ซึ่งเจ้าก็ได้ทำไปแล้ว

ตอนนี้เราผู้เป็นสหายของเจ้า จะเคลื่อนหินผานั้นเอง”

ในช่วงเวลาที่เราได้ยินพระสุรเสียงจากพระเจ้า  

เรามีแนวโน้มที่จะใช้สติปัญญาที่จะพยายามตีความว่า   พระองค์มีพระประสงค์อะไร

แต่แท้จริงแล้วพระองค์ทรงปรารถนาเพียงที่จะให้เราเชื่อฟังและใช้ความเชื่ออย่างง่ายๆ

 

***ทั้งหมดนี้หมายความว่า

การใช้ความเชื่อนั้นสามารถเคลื่อนภูเขาได้

แต่เราต้องรู้ว่า  ผู้ที่เคลื่อนภูเขาที่แท้จริงคือพระเจ้า

เมื่อไรก็ตามที่ทุกอย่างดูเหมือนจะไม่ถูกต้อง  เราต้อง P.U.S.H.

เมื่อไรก็ตามที่งานทำให้คุณรู้สึกอ่อนล้า เราต้อง P.U.S.H.

เมื่อไรก็ตามที่คนไม่ทำอย่างที่เราคิดว่าเขาควรจะทำ   เราต้อง P.U.S.H.

เมื่อไรก็ตามที่คุณไม่มีเงินเลย แต่ค่าใช้จ่ายต่างๆก็รอการชำระอยู่ เราต้อง P.U.S.H.

เมื่อไรก็ตามที่คนไม่เข้าใจคุณ  เราต้อง P.U.S.H.

**P = Pray**
          **U = Until**
          **S = Something**
          **H = Happens**

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น