วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2552

กินต้านแก่..สาว 40+ ต้องอ่าน


โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 17 เมษายน 2552 14:02 น.
       เรื่องของการกินอย่างทรงคุณค่านั้นถือว่ามีความสำคัญมากกับชีวิตมนุษย์เรา ดังภาษิตฝรั่งที่ว่า “You are what you eat” หรือ “กินอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้น” ซึ่ง ถือเป็นความเชื่อที่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง และปัจจุบันในสังคมตะวันตกเองยังให้ความสำคัญในเรื่องของการกินเป็นอย่างมาก อันเนื่องจากประชากรของเขาโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกากำลังถูกคุกคามด้วยโรคภัย สมัยใหม่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง ซึ่งหากเปรียบเทียบกับคนไทยเราเองพบว่า ปัจจุบันเป็นโรคดังกล่าวอยู่ในสัดส่วนที่สูงมากเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มของผู้สูงอายุ เพราะฉะนั้นวิธีการยับยั้ง หรือชะลอการเกิดโรคภัยไข้เจ็บ รวมถึงการต้านความชราควรต้องเริ่มกันตั้งแต่ที่ต้นตอ นั่นคือเรื่องของ “การกิน”
       


       จากความสำคัญในเรื่องของอาหารการกินนี้เอง บริษัท รักลูกกรุ๊ป ในส่วนงาน Women Media Business ได้จัดงานเสวนาภายใต้ชื่อ “Anti-Aging Diet กินต้านแก่” เมื่อวันศุกร์ที่ 3 เมษายน 2552 ที่ผ่านมา โดย มีวิทยากรหลายท่านมาร่วมแบ่งปันความรู้เรื่องของการกินเพื่อชะลอวัยสำหรับ สาววัย 40+ ซึ่งชี้ให้เห็นความสำคัญของการเรียนรู้ถึงหลักการกินอาหารอย่างถูกต้อง ตามหลัก Anti-Aging Diet ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน
       
       
ศาสตร์ ในเรื่อง “เอนไท เอจจิ้ง ไดเอท” (Anti-Aging Diet) จึงเกิดขึ้นมาเพื่อป้องกัน และชะลอความเสื่อมของร่างกายที่มิใช่เพียงแค่เพื่อความสวยความงามเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงการรู้จักเลือกรับสิ่งต่างๆ ที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง และปลอดจากโรคภัย ถือเป็นเรื่องที่ทุกคนควรหันมาใส่ใจมากขึ้น
       
       พญ. อัจจิมา สุวรรณจินดา ผู้อำนวยการสถาบัน Medisci แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และอายุรวัฒน์ ได้ขยายความถึงความสำคัญของการกินเพื่อต้านชราด้วยอาหารอายุวัฒนะ เพื่อคงไว้ซึ่งความมีสุขภาพที่แข็งแรง และอายุที่ยืนยาว รวมถึงการรักษาความอ่อนเยาว์แห่งวัย

       “Anti-Aging Diet เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารชะลอวัยที่ปัจจุบันกำลังได้รับความสนใจ และมีการวิจัยอย่างจริงจังในตะวันตก เพื่อศึกษาถึงผลกระทบของอาหารที่มีผลต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์ โดยศึกษาว่าอาหารชนิดใดที่ช่วยส่งเสริมให้กลไกต่างๆ ในร่างกายทำงานอย่างเป็นปกติ และอาหารใดที่ช่วยปกป้อง และรักษาโรคบางอย่างได้ ทั้งนี้ยังมีการศึกษาถึงหลักในการกินอาหารที่จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมระบบ ต่างๆ ของร่างกายที่ช่วยให้ร่างกายปลอดโรค และยืดอายุขัยของมนุษย์ให้ยาวนานยิ่งขึ้น”
       
       การทานอาหารให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพนั้นควรทานให้ครบทุกมื้อ ทุกหมู่ โดยหลีกเลี่ยงการปรุงรสต่างๆ เพิ่มเติม เพราะอาหารรสจัดมันจะทำลายระบบการย่อย และการดูดซึมของร่างกาย อาจทำให้เกิดภาวะไส้รั่วตอนอายุมากได้ ซึ่งเป็นภาวะที่ผนังเยื่อบุลำไส้มีความผิดปกติทำให้มีร่องเกิดขึ้นตามผิว เยี่อบุ เมื่ออาหารลงไปแทนที่จะถูกย่อย และดูดซึมเข้าไปในร่างกาย แต่ร่างกายจะคิดว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม เกิดการต่อต้านแสดงออกมาเป็นอาการแพ้ ท้องอืด กรดไหลย้อนได้
       
       ที่สำคัญควรเลือกทานอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน และไม่ควรรีบเร่งในการทานอาหาร เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการติดคอแล้ว ยังอาจทำให้การย่อย รวมถึงการดูดซึมสารอาหารมีปัญหา ดังนั้นควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด และหลีกเลี่ยงน้ำชา กาแฟ เครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และสำหรับผู้ที่มีอายุมาก และระบบการย่อยไม่ดี หากจำเป็นต้องทานอาหารเสริมควรเลือกจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้
       
       นอกจากนี้ คุณหมอยังฝากถึงเรื่องของการขับพิษออกจากร่างกาย หรือการดีท็อกซ์ โดยแนะว่าควรขับถ่ายทุกวัน และออกกำลังกาย เพื่อขับสารพิษออกทางเหงื่อ หรือการนอนแช่น้ำอุ่นที่ผสมน้ำแอบเปิ้ลไซเดอร์ประมาณครึ่งชั่วโมง ซึ่งอาจมีอาการของผื่นแดง เพราะร่างกายได้ขับสารพิษบางอย่างออกไป
       
       ท้ายสุด คุณหมอยังกำชับอีกว่า เรื่องของสภาพจิตใจถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้ชีวิตมนุษย์แข็งแรง และมีความสุขได้อย่างยั่งยืน เมื่อสมองผ่อนคลาย กินอิ่ม นอนหลับ ก็ส่งผลถึงระบบอวัยวะภายในร่างกายที่สามารถดำเนินไปอย่างเป็นปกติ

       คุณจิตรา ก่อนันทเกียรติ นักเขียน และผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีน ได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ในการดูแลตัวเอง พร้อมบอกเล่าถึงหลักการเลือกกินอยู่แบบชนชาติจีน ซึ่งถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจอีกชาติหนึ่ง โดยเฉพาะการเลือกอาหารในความเชื่อของชาวจีนที่ช่วยต้านแก่ได้นั้น คำนึงถึงเรื่องของ “หยินหยาง” ถือว่าเป็นการรักษาอุณหภูมิของร่างกาย เช่น หากทำงานหนักนอนน้อย อาจเกิดการท้องผูก ระบบอวัยวะภายในจะร้อน มีผลทำให้เกิดแผลในปาก มีอาการเจ็บคอ หรืออาจเกิดเป็นมะเร็งในต่อมน้ำเหลืองหากไม่ได้รับการดูแล
       
       “คนไทยรับวัฒนธรรมการกินอยู่แบบชาวจีนมาเป็นเวลานาน เห็นได้จากช่วงหน้าร้อนก็จะมีการต้มน้ำพืชผักเพื่อดับร้อน เช่น ดอกเก็กฮวย เฉาก๊วย คนจีนจะดื่มน้ำที่มีรสชาติขม เพื่อผ่อนร้อนในตัวเอง โดยอาจจะต้มถั่วเขียว
       
       ส่วนคนไทยกินข้าวแช่ น้ำมะตูม ส่วนในฤดูหนาวจะมีต้มเลือดหมูใส่จิงจูไฉ่ ซึ่งเชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยล้างปอด และอาหารจีนมักอาศัยความเชื่อเหมือนฮวงจุ้ยซึ่งเป็นพลังที่มองไม่เห็น ดังนั้นต้องอาศัยสัญชาตญาณในการพิจารณาว่าสิ่งใดที่เหมาะสมกับตนที่สุด ซึ่งถ้าเป็นคนจิตใจดี ร่างกายก็จะสั่งว่าต้องการอะไรเนื้อสัตว์ หรือผักสด ดังนั้นควรฝึกจิตให้มีสติในการเลือกสิ่งที่ดีสำหรับตนเอง”

       คุณแพร ดวงกมล เวปุลละ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารจากสถาบัน Le Cordon Bleu ประเทศอังกฤษ และกำลังเปิดคอร์สสอนทำอาหาร MY Place Cooking At Home
       
       ได้สาธิตเมนูสุขภาพชะลอวัย “พีชสลัดกับสโมกแซลมอน” พร้อมฝากถึงสาวผู้รักสุขภาพ และความงามทุกท่านว่า
       
       “คนไทยเคยชินกับการกินผักผลไม้ เพราะบ้านเมืองเราเป็นแหล่งของพืชผักผลไม้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเริ่มจากสิ่งที่เรามี เลือกถูกหลัก และถูกปาก
       
       ที่สำคัญ ตนเองเป็นคนสุขนิยมในการกิน และไม่อยู่กับทุกข์นานๆ ดังนั้นเวลาทำอะไร เลือกกินอะไรจะต้องทำอย่างมีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ของตน เพียงเท่านี้สุขภาพที่แข็งแรงก็จะเป็นของตัวเองได้อย่างง่ายๆ”

       ของฝาก
       

       สุดยอดอาหารต้านชรา (The Anti-Aging Super Food) ที่จะช่วยปกป้องร่างกาย และต่อต้านอนุมูลอิสระ เพื่อผิวพรรณแลดูอ่อนวัยได้อย่างยาวนาน
       


       มะเขือเทศ และซอสมะเขือเทศ มีสารที่เรียกว่า “ไลโคพีน” ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ มะเร็งบางชนิด และโรคจอประสาทตาเสื่อม
       
       มันเทศ ฟักทอง และแครอต รับ ประทานผักและผลไม้สีเหลืองอย่างน้อยวันละสองถ้วยจะช่วยให้ร่างกายได้รับ เบต้า-แคโรทีน จำเป็นต่อผิวหนังและดวงตา ช่วยปกป้องผิวจากการถูกทำลาย หรือแม้แต่ลดริ้วรอยได้
       
       บูลเบอร์รี่ และองุ่นม่วง มีสารแอนโธไซยานินช่วยกระตุ้นความจำ และการรับรู้
       
       บล็อกโคลี่ มีสารซัลโฟราเฟน ช่วยชำระล้างสารพิษในร่างกาย โดยเฉพาะบล็อกโคลี่ต้นอ่อนที่มีอายุเพียงแค่ 3 วัน
       
       ผักโขม และผักใบเขียว ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจได้ถึง 11 เปอร์เซ็นต์
       
       แซลมอน ซาร์ดีน และทูน่า รับประทานปลาที่มีโอเมก้า3 สองมื้อต่อสัปดาห์ทำให้หัวใจมีสุขภาพดี ช่วยลดปัญหาเรื่องการทำงานของสมองเสื่อมตามวัยได้
       
       แอปเปิ้ล (ทั้งเปลือก) มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องสมองจากการถูกทำลาย
       
       ชาเขียว เช่นเดียวกับชาดำ ช่วยป้องกันโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม
       
       ขิง ขมิ้น และเครื่องเทศ ช่วยป้องกันการเกิดโรคเรื้อรัง ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์
       
       ช็อกโกแลต โกโก้ ช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL และลดความเสี่ยงจากเลือดจับตัวเป็นก้อน
       
       ไข่ ลืมข้อเสียเรื่องคอเลสเตอรอลที่เคยเชื่อกันมานานนมไปได้เลย เพราะไข่มีครบทั้งเกลือแร่ วิตามินและโปรตีน ไข่แดงยังอุดมไปด้วยคาโรทีนอยด์ ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นเยี่ยม

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น