วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

Love is All Around.. ความรักอยู่รอบตัวเรา

       แท้จริงแล้ว มีความรักที่อยู่รอบตัวเราเสมอตลอดเวลา หากเราเปิดใจเพื่อสัมผัสความรักนั้น  ความรักจะเติมเต็มจิตใจของเรา ความรักนั้นมีหลายรูปแบบ  แต่ในคำบรรยายนี้จะศึกษาถึงรูปแบบความรักที่อยู่รอบตัวเรา 3 ประการ  คือ รักแรกเริ่ม รักเพิ่มพูน และ รักนิรันดร์


1. รักแรกเริ่ม : ความรักของครอบครัว  (Family's love)

      
ความรักแรกเริ่มนั้นเริ่มต้นที่ "ครอบครัว"  ตั้งแต่วันที่พ่อและแม่รู้ว่าเราได้ปฏิสนธิขึ้นในครรภ์ วันนั้นเป็นวันเริ่มต้นที่เราได้รับความรักและการดูแลเอาใจใส่   ความรักของพ่อแม่นั้นปรารถนาจะให้ลูกได้รับสิ่งดีเสมอ (มัทธิว 7: 9-11)
family
ภาพจาก rcowen.com
       ความรักของครอบครัวยังรวมไปถึงความรักของลูกที่มีต่อพ่อแม่  และความรักของพี่น้องที่มีต่อกัน พระคัมภีร์สอนให้ลูกแสดงความรักเคารพและให้เกียรติพ่อแม่  สอนให้พี่และน้องช่วยเหลือกันและกัน  รวมทั้งสอนให้เราดูแลเอาใจใส่คนในครอบครัว (1ทิโมธี 5:4) 
      
1ทิโมธี 5: 4 ถ้าแม่ม่ายคนใดมีลูกหลาน  ก็ให้ลูกหลานนั้นหัดปฏิบัติหน้าที่ทางศาสนา  โดยปฏิบัติกับครอบครัวของตนก่อน  และให้ตอบแทนคุณบิดามารดา  เพราะว่าการกระทำเช่นนี้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า            

      
ไม่เพียงเท่านั้น พระคัมภีร์ยังกล่าวถึง "ความรักระหว่างสามีและภรรยา" โดยสอนให้สามีรักภรรยาของตนเหมือนดังพระคริสต์ทรงรักคริสตจักร   ขณะเดียวกันก็สอนให้ภรรยาเชื่อฟังและให้เกียรติสามีของตน (เอเฟซัส
5:25,  28,33)
       เอเฟซัส 5:33 ถึงอย่างไรก็ดี ท่านทุกคนจงต่างก็รักภรรยาของตนเหมือนรักตนเอง และภรรยาจงยำเกรงสามีของตน


      
เรา ทุกคนต่างก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัว แม้หากคนในครอบครัวอาจบกพร่องเรื่องความรักบ้าง แต่ขอให้เราเป็นผู้เริ่มต้นที่จะหยิบยื่นความรักให้แก่กันและกันก่อน  ครอบครัวของเราก็จะเต็มเปี่ยมด้วยความรักและความสุข


2. รักเพิ่มพูน
:  ความรักของมิตรสหาย  (Friends'  love)
         
       
ความรักทุกประเภทสามารถเพิ่มพูนขึ้นได้ตามวันเวลา และตามที่เราเห็นคุณค่าของความรักนั้น  เราดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมซึ่งประกอบด้วยคนที่หลากหลาย แม้แต่ละคนจะมาจากสภาพพื้นภูมิหลังที่แตกต่างกัน  แต่เราก็สามารถมีความรักฉันมิตรสหายต่อกันได้  เมื่อเราเรียนรู้ที่จะเป็นทั้งผู้ให้และเป็นผู้รับความรักจากคนรอบข้างด้วยความจริงใจ  

heart hand 
ภาพจาก farm1.static.flickr.com

       พระเจ้าเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความรัก  และพระองค์ทรงสอนคริสเตียนให้หยิบยื่นความรักแก่ทุกคนในโลก  
       §         ให้ทำดีต่อคนทั้งปวง (กาลาเทีย 6:10) 
       §         ให้รักเพื่อนบ้านของเรา  (มาระโก 12:31)   
       §         ให้แสดงความรักและเมตตาต่อคนที่ยากลำบากหรือขัดสนกว่าเรา เช่น คนต่างด้าว ลูกกำพร้า แม่ม่าย (เฉลยธรรมบัญญัติ  24:19-21)
       §         ให้กระทำดีแม้กระทั่งต่อคนที่คิดร้ายกับเรา  (
1 เปโตร 3:9)

       นอกจากนี้ พระคัมภีร์ยังให้เคล็ดลับที่เราจะมี
"รักที่เพิ่มพูน" ได้เสมอตลอดเวลา ด้วยการเรียนรู้ที่จะรักตามแบบพระคัมภีร์  
       1 โครินธ์ 13:4-7  ความรักนั้นก็อดทนนานและกระทำคุณให้  ความรักไม่อิจฉา  ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง  ไม่หยาบคาย  ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว  ไม่ฉุนเฉียว  ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด  แต่ชื่นชมยินดีเมื่อประพฤติชอบ   ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น  และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ  และมีความหวังอยู่เสมอ  และทนต่อทุกอย่าง

       เมื่อเรามีลักษณะชีวิตและความตั้งใจที่ จะรักผู้อื่นตามแบบพระคัมภีร์ คริสตจักรก็จะกลายเป็นชุมชนที่มีความรักห่วงใยกันอย่างแท้จริง  และคนทั้งปวงจะรู้ว่า เราเป็นสาวกของพระเจ้า  
       ยอห์น 13:34-35  เราให้บัญญัติใหม่ไว้แก่เจ้าทั้งหลาย  คือให้เจ้ารักซึ่งกันและกัน  เรารักเจ้าทั้งหลายมาแล้วอย่างไร  เจ้าจงรักกันและกันด้วยอย่างนั้น  ถ้าเจ้าทั้งหลายรักกันและกัน  ดังนี้แหละคนทั้งปวงก็จะรู้ได้ว่า เจ้าทั้งหลายเป็นสาวกของเรา

3. รักนิรันดร์ :  ความรักของพระเจ้า (God's love)

      
ความรักของมนุษย์มีข้อจำกัด  หลายครั้งมนุษย์จึงล้มเหลวที่จะแสดงความรัก  แต่ความรักของพระเจ้านั้นสมบูรณ์แบบและสูงส่ง เป็นความรักที่มั่นคงและล้ำลึกเกินกว่าความเข้าใจของมนุษย์ (สดุดี 103:11)               
      
ความรักของพระเจ้านั้นแสดงออกมาเป็นการกระทำที่ชัดเจน
 โดยการที่พระเจ้าทรงสละพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อลบบาปของเราทั้งหลาย
       1 ยอห์น 4: 9-10 โดยข้อนี้ความรักของพระเจ้าก็เป็นที่ประจักษ์แก่เราทั้งหลาย  คือ พระเจ้าทรงใช้พระบุตรองค์เดียวของพระองค์เข้ามาในโลก  เพื่อเราทั้งหลายจะได้ดำรงชีวิตโดยพระบุตร ความรักที่ข้าพเจ้าพูดถึงนี้มิใช่ที่เรารักพระเจ้า  แต่ที่พระองค์ทรงรักเรา  และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มา    ทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา

       โรม 5:8   แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย  คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น  พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา 
Jesus

      
นี่คือความรักอัศจรรย์ของพระเจ้าที่มีต่อเรา
 พระองค์ทรงรักเราโดยไม่ขึ้นอยู่กับการกระทำของเรา   อย่างไรก็ตาม พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าที่บริสุทธิ์ และยุติธรรม พระเจ้าจำเป็นต้องพิพากษามนุษย์ตามการกระทำดีชั่วของเขาบนโลกนี้   ไม่มีมนุษย์คนใดเลยที่ไม่เคยกระทำบาป ดังนั้น ทุกคนต้องรับผิดชอบความบาปผิดของตน ซึ่งพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า "ค่าจ้างของความบาปคือความตาย"    
       พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความยุติธรรมและความรัก  จึงสละพระชนม์ชีพของพระองค์เพื่อรับโทษบาปแทนมนุษย์ทุกคน   เพื่อผดุงไว้ทั้งความยุติธรรม และเพื่อช่วยเหลือมนุษย์ให้รอดพ้นจากการพิพากษา    บุคคลที่เปิดใจรับความรักของพระเจ้า ด้วยการยอมรับการไถ่โทษบาปนั้น ก็จะได้รับการชำระให้บริสุทธิ์และได้รับชีวิตนิรันดร์     
       ยอห์น 3:16 เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

สรุป
       

      
ความรักคือพลังยิ่งใหญ่ในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ทุกคน  ผู้ที่สัมผัสว่ามีความรักอยู่รอบตัวเรา เราก็จะดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข  ขอให้เราเป็นผู้ที่หยิบยื่นความรักและมิตรภาพที่ดีให้แก่คนรอบข้าง  และขอให้เราเปิดใจรับความรักเข้ามาในใจ   ไม่ว่าจะเป็นความรักของครอบครัว  ความรักฉันมิตรสหาย   และความรักของพระเจ้า   เพื่อเราจะได้รับสันติสุขไม่เพียงแต่บนโลกนี้ แต่นิรันดร

1 ความคิดเห็น:

  1. อาจลองติดตาม นิยามความรักดีๆ ช่วงเดือนกุมภาฯ 2010 นี้ได้ ตาม link นี้

    http://hopeofbangkok.com/

    ตอบลบ